essay writer Rx

สรุปการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เรื่อง การพัฒนาการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา (2561)

ตอนที่ 1 : ปัจจัยนำเข้า (input)

  1. ประเด็น/หัวข้อการจัดการความรู้ การพัฒนาการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา
  2. หลักการและเหตุผล

การทวนสอบผลสัมฤทธิ์เป็นการตรวจสอบหรือวัดผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนเมื่อสิ้นสุดการเรียนการสอน ตามรายละเอียดของรายวิชา ซึ่งแตกต่างกันไปตามธรรมชาติของแต่ละรายวิชา อาจารย์ผู้สอนอาจให้ผู้เรียน ทำการประเมินตนเอง (Self Assessment) ทั้ง 5 ด้าน ประกอบด้วย (1) ด้านคุณธรรมจริยธรรม (2) ด้านความรู้  (3) ด้านทักษะทางปัญญา (4) ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ และ (5) ด้านทักษะ การคิดวิเคราะห์เชิงตัวเลขการสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศบางหลักสูตรจะกำหนดเพิ่มเป็นด้านที่ (6) ทักษะ ตามที่มาตรฐานคุณวุฒิระดับ…สาขา/สาขาวิชา (มคอ.1) กำหนดไว้แต่ละประเด็นประเมินตนเองตามระดับการวัด (อาจใช้มาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ) ซึ่งใน 5 ด้านที่กล่าวมาก็จะมีข้อย่อยเพื่อที่จะดูความรับผิดชอบของแต่ละรายวิชาว่าสอนไปแล้วทำให้ผู้เรียนมีมาตรฐานผลการเรียนรู้ 5 ด้านตามที่กำหนดไว้ในรายละเอียดของหลักสูตร (มคอ.2) โดยพิจารณาตามเกณฑ์การประเมิน ทั้งนี้ถ้าผลการประเมินที่ต่ำกว่าเกณฑ์ผู้สอนต้องกลับไปพิจารณาทบทวนการจัดการเรียนการสอนในภาคการศึกษาที่ผ่านมาเพื่อปรับปรุงวิธีสอนหรือรูปแบบการสอน รวมถึงการวัดและประเมินผล แล้วนำไปเขียนไว้ในรายละเอียดของรายวิชา (มคอ.3) ของภาคการศึกษาต่อไป

การทวนสอบผลสัมฤทธิ์เป็นงานที่สำคัญงานหนึ่งในความรับผิดชอบของอาจารย์ประจำหลักสูตร อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร และอาจารย์ผู้สอนที่ต้องร่วมมือกันดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ  เพราะการทวนสอบผลสัมฤทธิ์มีความสำคัญต่อการพัฒนาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนของรายวิชาและหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล ดังนั้นในปีงบประมาณ 2561 คณะบริหารธุรกิจจึงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา

  1. 3. จำนวนกลุ่มเป้าหมายที่จะพัฒนาความรู้และทักษะ

[ / ] สายวิชาการ จำนวน ………25………… คน

[   ] สายสนับสนุนวิชาการ กลุ่มงาน…………………………………..  จำนวน ……………………………… คน

ตอนที่ 2 : กระบวนการ (process)

  1. 4. กระบวนการจัดการความรู้ (KM Process)
กระบวนการจัดการความรู้ KM  7 ขั้นตอน รายละเอียดการดำเนินกิจกรรม
1. การบ่งชี้ความรู้ คณะกรรมการจัดการความรู้ ได้มีการประชุมเพื่อพิจารณากิจกรรมการจัดการความรู้ประจำปีงบประมาณ 2561 กำหนด แผน KM ที่ 2 เรื่อง การทวนสอบผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา เพื่อให้คณาจารย์สามารถปรับปรุงและพัฒนากระบวนการเรียนการสอน เพื่อสร้างองค์ความรู้ แนวปฏิบัติที่ดีในการนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาบัณฑิต โดยการออกแบบและเขียน มคอ.3 และ มคอ.5 ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรและรายวิชา แผนการสอนและการวัดและประเมินผลให้สอดคล้องกัน  โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมาย คือ คณาจารย์คณะบริหารธุรกิจ
2. การสร้างและแสวงหาความรู้ คณะได้กำหนดให้มีการจัดกิจกรรม 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 6  ธันวาคม2560 และครั้งที่ 2 วันที่ 18 มิถุนายน 2561  โดยมีผู้ช่วยศาสตราจารย์โสภณ  ฟองเพชร รองคณบดีฝ่ายวิชาการและวิเทศสัมพันธ์ เป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้สำหรับคณาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุน ในส่วนที่เป็นเลขานุการคณะกรรมการทวนสอบ โดยสามารถสรุปประเด็นการเรียนรู้ดังนี้

ขั้นตอนการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีขั้นตอนการสร้างแบ่งได้ 3 ขั้นตอนใหญ่ ๆ คือ
ขั้นที่ 1 ขั้นวางแผนการสร้างแบบทดสอบ ประกอบด้วย
1) กำหนดจุดมุ่งหมายของการทดสอบ สิ่งสำคัญประการแรกที่ผู้สร้างข้อสอบจะต้องรู้ คือ อะไรคือจุดมุ่งหมายของการทดสอบ ทำไมจึงต้องมีการสอบ และจะนำผลการสอบไปใช้อย่างไร
2) กำหนดเนื้อหาและพฤติกรรมที่ต้องการวัด เนื้อหาที่ต้องการวัดได้จากจุดมุ่งหมายของการทดสอบ ผู้สร้างข้อสอบจะต้องวิเคราะห์จำแนกเนื้อหาที่ต้องการวัดให้ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด  3) กำหนดลักษณะหรือรูปแบบของแบบทดสอบ อาจเลือกแบบทดสอบประเภทความเรียงหรือแบบทดสอบอัตนัย (Subjective Test) แบบตอบสั้นและเลือกตอบหรือแบบทดสอบปรนัย (Objective Test) ซึ่งขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของการทดสอบเช่นกัน 4) การจัดทำตารางวิเคราะห์เนื้อหาและพฤติกรรมที่ต้องการวัด 5) กำหนดส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสอบ เช่น คะแนน ระยะเวลาการสอบ
ขั้นที่ 2 ขั้นดำเนินการสร้างแบบทดสอบ เป็นการเขียนข้อสอบ ตามเนื้อหา พฤติกรรมและรูปแบบของแบบทดสอบที่กำหนดไว้ โดยจัดทำเป็นแบบทดสอบฉบับร่าง
ขั้นที่ 3 ขั้นตรวจสอบคุณภาพข้อสอบก่อนนำไปใช้ เมื่อสร้างแบบทดสอบแล้วจึงนำแบบทดสอบไปทดลองใช้เพื่อตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งคุณภาพของแบบทดสอบอาจพิจารณาทั้งคุณภาพของแบบทดสอบรายข้อ ได้แก่ ความยาก (difficulty) และอำนาจจำแนก (discrimination) และคุณภาพของแบบทดสอบทั้งฉบับ ได้แก่ ความเที่ยงตรง (validity) และความเชื่อมั่น (reliability)

3. การจัดการความรู้ให้เป็นระบบ ภายหลังการจัดกิจกรรมจัดการเรียนรู้ได้มีการสรุปองค์ความรู้ ให้เป็นระบบ โดยจัดทำในหัวข้อ ผลการดำเนินงาน  ถอดความรู้  แนวปฏิบัติที่ดี และการนำไปใช้ประโยชน์  เอกสารประกอบการถ่ายทอดความรู้   ครั้งที่ 1     ครั้งที่ 2
4. การประมวลและกลั่นกรองความรู้ เมื่อได้รวบรวม สรุปองค์ความรู้ เอกสารแนวทางการดำเนินงานที่ได้จากการเรียนรู้เพื่อสามารถนำไปใช้ประโยชน์อย่างแท้จริง เสนอต่อผู้ช่วยศาสตราจารย์โสภณ  ฟองเพชร เพื่อให้มีความสมบูรณ์ เผยแพร่โดยแจ้งเวียน อาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร  และ bakmblog  เพื่อใช้เป็นเอกสารแนวทางในการพัฒนาการการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษา
5. การเข้าถึงความรู้ นำสรุปองค์ความรู้ เอกสารแนวปฏิบัติที่ดี แจ้งเวียนผ่านอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตร  ผ่าน bakmblog
6. การแบ่งปันและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ คณะกรรมการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ได้มีการติดตามการนำความรู้จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งที่ 1 ไปใช้ พบว่า อาจารย์ผู้รับผิดชอบรายวิชาที่จะต้องรับการทวนสอบของภาคเรียนที่ 2/2560 ส่วนมากได้มีการปรับปรุงจุดมุ่งหมายรายวิชา และมีการนำเอา Boom’s Taxonomy มากำหนดการวัดผลการเรียนรู้ที่ผู้สอนต้องการให้เกิดผลการเรียนรู้แก่นักศึกษาตามจุดมุ่งหมายของรายวิชา  มีบางรายวิชาที่นำเอาตารางวิเคราะห์ข้อสอบมาใช้  วิธีการวัดและประเมินผลการเรียนที่ระบุไว้ใน มคอ 3 กับการดำเนินการจริงสอดคล้องกันหรือไม่และมีการวัดและประเมินผลการเรียนเป็นไปตามแผน ในการทวนสอบภาคเรียนที่ 1/2561 พบว่าคณาจารย์ได้จัดทำข้อสอบ โดยมีการจัดทำ testing map ตารางวิเคราะห์ข้อสอบ เกณฑ์การให้คะแนน และบัตรข้อสอบ และเนื่องจากในบางวิชาข้อสอบเป็นแบบปรนัย มีจำนวนข้อมาก จึงทำให้เสียเวลาในการจัดทำบัตรข้อสอบ จัดทำบัตรข้อสอบไม่ครบทุกข้อ  เมื่อมีการกำหนดจุดมุ่งหมายในการวัดผลรายวิชาทมี่ชัดเจน ทำให้พบว่ามีการออกข้อสอบไม่ตรงวัตถุประสงค์ จึงทำความเข้าใจและนำข้อเสนอแนะของคณะกรรมการทวนสอบ ไปปรับปรุงข้อสอบเพื่อให้ตรงกับวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้
7. การเรียนรู้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์โสภณ  ฟองเพชร ได้ให้ข้อเสนอแนะว่า ควรทวนสอบการจัดการเรียนการสอนที่ระบุไว้ใน มคอ 3  และการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ใน มคอ 3 กรรมการทวนสอบจะต้องทวนสอบรายละเอียดทั้งหมดที่ผู้สอนได้กำหนดไว้ใน มคอ 3ชิ้นงานที่มอบหมายให้ผู้เรียนได้ทำระหว่างภาคการศึกษา โดยผู้สอนจะต้องนำงานทั้งหมดของนักศึกษามาให้กรรมการทวนสอบทำการสุ่มตรวจ  ต้องมีการกำหนดจุดมุ่งหมายในการที่ให้นักศึกษาทำงานชิ้นและหลักเกณฑ์การให้คะแนนชิ้นงานนั้นมาประกอบการพิจารณา  กระดาษคำตอบข้อสอบที่สอบและหลักเกณฑ์การให้คะแนนข้อสอบแต่ละข้อ โดยผู้สอนจะต้องนำข้อสอบและกระดาษคำตอบทั้งหมดของนักศึกษามาให้กรรมการทวนสอบสุ่มตรวจ  กรรมการทวนสอบจะต้องพิจารณาแผนการสอนและแผนการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่ผู้สอนได้กำหนดไว้ใน มคอ 3 ว่าผู้สอนได้ดำเนินตามแผนหรือไม่  ทวนสอบดูวิธีการสอนที่ระบุใน มคอ 3 กับการดำเนินการจริงสอดคล้องกันหรือไม่ ใช้วิธีการสอนเป็นไปตามแผนการสอนหรือไม่ ซึ่งส่วนมากพบว่าบางรายวิชายังมีการกำหนดจุดมุ่งหมายของรายวิชาไม่ชัดเจน จึงไม่สามารถที่จะจัดทำข้อสอบได้สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้

 

ตอนที่ 3 : ผลผลิต (output)

  1. สรุปองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการจัดการความรู้ 

ขั้นตอนการสร้างแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน มีขั้นตอนการสร้างแบ่งได้ 3 ขั้นตอนใหญ่ ๆ คือ
ขั้นที่ 1 ขั้นวางแผนการสร้างแบบทดสอบ ประกอบด้วย
1) กำหนดจุดมุ่งหมายของการทดสอบ สิ่งสำคัญประการแรกที่ผู้สร้างข้อสอบจะต้องรู้ คือ อะไรคือจุดมุ่งหมายของการทดสอบ ทำไมจึงต้องมีการสอบ และจะนำผลการสอบไปใช้อย่างไร
2) กำหนดเนื้อหาและพฤติกรรมที่ต้องการวัด เนื้อหาที่ต้องการวัดได้จากจุดมุ่งหมายของการทดสอบ ผู้สร้างข้อสอบจะต้องวิเคราะห์จำแนกเนื้อหาที่ต้องการวัดให้ครอบคลุมเนื้อหาทั้งหมด สำหรับพฤติกรรมที่ต้องการวัดนั้นอาจจำแนกตามทฤษฎีใด ทฤษฎีหนึ่ง เช่น ทฤษฎีของบลูม (Benjamin S. Bloom) ซึ่งจำแนกพฤติกรรมเป็น 6 ระดับ คือ ความรู้ ความจำ ความเข้าใจ การนำไปใช้ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ และการประเมินค่า เป็นต้น
3) กำหนดลักษณะหรือรูปแบบของแบบทดสอบ อาจเลือกแบบทดสอบประเภทความเรียงหรือแบบทดสอบอัตนัย (Subjective Test) แบบตอบสั้นและเลือกตอบหรือแบบทดสอบปรนัย (Objective Test) ซึ่งขึ้นอยู่กับจุดมุ่งหมายของการทดสอบเช่นกัน
4) การจัดทำตารางวิเคราะห์เนื้อหาและพฤติกรรมที่ต้องการวัด เป็นการวางแผนผังการสร้างข้อสอบ ทำให้ผู้สร้างข้อสอบรู้ว่าในแต่ละเนื้อหาจะต้องสร้างข้อสอบในพฤติกรรมใดบ้าง พฤติกรรมละกี่ข้อ
5) กำหนดส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการสอบ เช่น คะแนน ระยะเวลาการสอบ
ขั้นที่ 2 ขั้นดำเนินการสร้างแบบทดสอบ เป็นการเขียนข้อสอบ ตามเนื้อหา พฤติกรรมและรูปแบบของแบบทดสอบที่กำหนดไว้ โดยจัดทำเป็นแบบทดสอบฉบับร่าง
ขั้นที่ 3 ขั้นตรวจสอบคุณภาพข้อสอบก่อนนำไปใช้ เมื่อสร้างแบบทดสอบแล้วจึงนำแบบทดสอบไปทดลองใช้เพื่อตรวจสอบคุณภาพ ซึ่งคุณภาพของแบบทดสอบอาจพิจารณาทั้งคุณภาพของแบบทดสอบรายข้อ ได้แก่ ความยาก (difficulty) และอำนาจจำแนก (discrimination) และคุณภาพของแบบทดสอบทั้งฉบับ ได้แก่ ความเที่ยงตรง (validity) และความเชื่อมั่น (reliability)
การตรวจสอบสามารถทำได้ทั้งตรวจสอบเองและให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจ การตรวจเองเป็นการตรวจสอบคุณภาพของข้อคำถาม – คำตอบตามหลักการสร้างข้อสอบที่ดี สำหรับการตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญจะเป็นการตรวจสอบความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา เพื่อดูว่าข้อคำถามแต่ละข้อสัมพันธ์สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการวัดหรือไม่ ครอบคลุมเนื้อหาและเป็นตัวแทนของเนื้อหาที่กำหนดหรือไม่

ที่มา:http://pornpenrit.blogspot.com/2011/06/blog-post.html

  1. สรุปแนวปฏิบัติที่ดีจากการนำองค์ความรู้ไปใช้

ควรมีการตรวจสอบการจัดทำ มคอ. 3 เพื่อตรวจสอบวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ การประเมินผลการเรียนรู้ ตามกรอบ มคอ  โดยระบุหัวข้อ ผลการเรียนรู้ ประเด็น  กลยุทธ์การประเมิน  เกณฑ์/ผลการประเมิน ระยะเวลาการประเมิน  การจัดทำข้อสอบควรมีการออกแบบข้อสอบให้มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ โดยจัดทำตารางการประเมินผลการเรียนรู้ตามกรอบ มคอ ประกอบไว้ใน มคอ 3 เพื่อให้การทวนสอบได้ละเอียดยิ่งขึ้น

การประเมินผลการเรียนรู้ตามกรอบ มคอ

หลักสูตร……………………………………………………………………………………………………………………………

รายวิชา……………………………………………………………………………………………………………………………….

ผลการเรียนรู้ ประเด็น กลยุทธ์การสอน กลยุทธ์

การประเมินผล

เกณฑ์/ผล

การประเมิน

ระยะเวลา

การประเมิน

หมายเหตุ
1.ด้านคุณธรรม จริยธรรม

 

1.1          
1.2.          
1.3.          
1.4          
1.5          
2.ด้านความรู้

 

 

2.1          
2.2          
2.3          
2.4          
2.5          
3.ด้านทักษะปัญญา

 

 

3.1          
3.2          
3.3          
3.4          
3.5          
4.ด้านความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ 4.1          
4.2          
4.3          
4.4          
4.5          
5.ด้านการวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารและการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ 5.1          
5.2          
5.3          
5.4          
5.5          
6.ด้านทักษะพิสัย 6.1          
6.2          
6.3          
6.4          

 

ตอนที่ 4 : ผลลัพธ์ (outcome)

  1. จำนวนกลุ่มเป้าหมายที่นำแนวปฏิบัติที่ดีไปใช้

[ /  ] สายวิชาการ จำนวน ………………5……………… คน

[   ] สายสนับสนุนวิชาการ กลุ่มงาน…………………………………..  จำนวน ……………………………… คน

 

  1. ประโยชน์ที่เกิดขึ้นระดับบุคคล / หน่วยงาน / มหาวิทยาลัย

การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องการทวนสอบผลสัมฤทธิ์ทำให้คณาจารย์ได้มีการปรับปรุงการจัดทำ มคอ.3 ให้มีความสอดคล้องกับ มคอ.2 มีการออกแบบการเรียนการสอน การวัดประเมินผล ที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นทำให้สามารถพัฒนาปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนและการวัดและปรเมินผลของรายวิชาและหลักสูตรให้มีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล รวมทั้งสามารถผลิตบัณฑิตได้ตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตรยิ่งขึ้น

Comments

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

adana escortadiyaman escortafyon escortagri escortaksaray escortamasya escortardahan escortartvin escortaydin escortbalikesir escortbatman escortbayburt escortbilecik escortbingol escortbitlis escortbolu escortburdur escortbursa escort РВanakkale escortРВankiri escortРВorum escortduzce escort edirne escortelazig escorterzincan escorterzurum escorteskisehir escortgaziantep escortgiresun escortgumushane escorthatay escortigdir escortisparta escortmaras escortkarabuk escortkaraman escortkars escort kastamonu escortkayseri escortkirikkale escort kirklareli escortkirsehir escortkilis escort kocaeli escortkonya escortkutahya escortmalatya escortmanisa escortmardin escortmersin escortmugla escortmus escortnevsehir escortordu escortosmaniye escortrize escortsakarya escortsiirt escortsinop escortsivas escortsanliurfa escorttekirdag escorttokat escorttunceli escortusak escortvan escortyalova escortyozgat escortzonguldak escortalanya escortbodrum escortkibris escorttrabzon escortnigde escort